CLICK HERE FOR BLOGGER TEMPLATES AND MYSPACE LAYOUTS »

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

สันดานกา


เมื่อวานนี้ (30 ม.ค.52) เพิ่งมีโอกาสดูละครเรื่องสันดานกา ของกลุ่มละครบีฟลอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่ดูละครของบีฟลอร์แล้วไม่ได้ดูตอนที่พวกเค้าซ้อมกันเลย ต้องออกปากว่ายอมรับในการเปลี่ยนแปลงอีกก้าวของบีฟลอร์ที่ไม่ได้ใช้แต่เทคนิค Physical Theatre อย่างเดียว แต่นำเอาเทคนิคการแสดงแบบ Butoh เข้ามาผสมผสานได้อย่างค่อนข้างลงตัวสำหรับคนดูแบบดิช้านนะฮ๊า... และข้าน้อยคง ”ไม่อาจเอื้อม”ที่จะทำการ “ชี้แนะ” ละครเรื่องนี้แต่อย่างใด แต่มันดันนอนไม่หลับนี่สิ!! กลิ้งไปมาอยู่หลายตลบก็ต้องลุกขึ้นเขียนความรู้สึกที่มีต่อละครเรื่องนี้เพื่อระบายความใคร่อะไรบางอย่างให้ได้ ตอนนี้ เวลานี้เท่านั้น เดี๋ยวลืม ...และนี่ก็ ตีสี่แล้ว+++


สันดานกา ( SAN-DAN-KA ) คำว่า “สันดาน” โดยปกติจะหมายถึงนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด คือ ความสืบต่อแห่งจิต คือกระแสจิตที่เกิดดับต่อเนื่องกันมา ... เรียกง่ายๆก็คงจะเป็น “สันดาน” ที่เราก็ใช้กันอยู่ทั่วไป แต่ทำไมต้องมี “กา” เพราะถึงแม้ว่ากาจะเป็นสัตว์เลวร้าย กินมาก รุมทึ้ง แต่มันก็กินแค่อิ่มท้องของมัน ไหนเลยจะสู้คน....กินเท่าไหร่ไม่รู้จักอิ่ม ทึ้งกันให้ตาย ฆ่ากันให้พอ มันน่าจะเปลี่ยนจาก ”กา” มาเป็น “คน” แทน ....พอแล้ว ชักนอกเรื่อง
มาทราบภายหลังไปนิดส์นึงว่า อ้อ!! ที่แท้พี่คาเงะก็ได้ แรงบันดาลใจมาจากภาพวาด “ภิกษุสันดานกา” ของ อ.อนุพงษ์ ที่เป็น talk of the town แห่งวงการพระพุทธศาสนาของบ้านเราอยู่ช่วงหนึ่งนั่นเอง ... ว่าแต่เขียนมาถึงตรงนี้แล้วความรู้สึกยังไม่ออกมาซักคำ!!!


เอ้า เริ่มซักที...ละครจะแบ่งเป็นซีนย่อยๆ ค่อนข้างดูยากดูเย็นอยู่เหมือนกัน (อาจเป็นเพราะเพิ่งดูครั้งแรก ปกติดูของเค้าหลายครั้งมันก็อินไปเรื่อยๆตีความไปเรื่อยๆและซาบซึ้งไปเรื่อยๆ) ช่วงแรกชอบมาก มันสวย มันงาม ภาพที่ออกมามันหลายความรู้สึกมากตีกันจนยุ่งตรงบริเวณใจกลางช่องท่อง แค่ประมาณ 7 นาทีแรก จำได้ว่าตอนนั้นนั่งบีบมือ ตัวเกร็ง ขบกราม หลังไม่ติดพนักเก้าอี้ (ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ) จนพอถึงช่วงหนึ่งถึง Relax ขึ้นมาได้ ...ค่อยยังชั่ว เรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ มีนั่นโผล่ นี่มา โอ้ จารุนันท์หรือนั่น นึกว่าสาวจากแดนปลาดิบมาเอง สวยจริง อาโน.....เนะ ...เรื่องราวดำเนินต่อไป มีนั่นสลับนี่ หญิงออก ชายเข้า ตัวพ่อมา ความรู้สึกช่วงนั้นก็มีสลับกันไป เกร็ง...ขำ...ลุ้น...เจ็บปวด (ยุงมันกัดอ่ะ)...ล่อเล่นน่ะ เจ็บปวดจริงๆ...จำได้ว่าศรีษะเกร็ง เจ็บที่ใจ แอบกำมือกระแทกอกเบาๆไปสองที กลัวพี่ที่นั่งติดกันตกใจ อาจเป็นเพราะช่วงสองสามคืนที่ผ่านมาเจอข่าวความเสื่อมของพุธทศาสนาสองข่าวที่พาลให้อินจัด...ข่าวหนึ่งอยู่สูงหน่อย แต่แฟชั่นจีวรเค้ามาแรง แต่งตัวไม่แพ้กระเทยหัวเกรียนแถวสยามเลยทีเดียว ส่วนอีกข่าวก็ลงใต้ไปหน่อย นี่ก็รุ่นใหญ่ รุ่นเดอะ ขู่ขาหนุ่มที่เรียกใช้บริการถึงกุฏิเป็นประจำบุกอาลาะวาดคู่ขาหนุ่มคนใหม่ถึงกุฏิขณะทำกิจ เลยตบะแตกซัดโครมเข้าให้ที่คู่ขาคนเก่า เป็นเรื่องเป็นราวเดือดร้อนตำรวจมาไกล่เกลี่ยประจานความเสื่อม !!! ย้อนกลับไปนึกถึงภาพภิกษุสันดานกาที่เป็นข่าวตอนนั้น อยากบอกคนที่เข้ามาวิจารณ์ผลงานอาจารย์ว่าหมิ่นศาสนาจังว่า เท่านั้นมันยังน้อยไป !!!
กลับเข้าเรื่องมาสู่ละคร ละครก็ดำเนินเรื่อยไป ต่างสถานการณ์ต่างเวลา รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แต่มาถึงตอนจบ อีกซีนที่สวยงามก็ทำให้คิดได้ว่า เฮ้อ...มันเป็นวัฏฏะ มันก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ และมันก็จะเป็นอย่างนี้ร่ำไป ตามกระแสจิตที่ดับสืบต่อกันมาเป็น”สันดาน”


แต่ก็นั่นล่ะ จะมาปลงกันง่ายๆได้ยังง๊าย...ก็ในเมื่อถ้าตัดกิเลส ส่องสันดานตัวเองแล้วตระหนักได้ว่ายกเอาสันดานกาออกไปไม่ได้ แล้วจะห่มผ้าเหลืองกันอยู่ทำม๊ายยยยยยยยยยยยย....

นับว่าละครเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนี้คนชอบดูละครน่าจะไปดูเลยทีเดียว คอนเฟิร์ม!!! บางคนอาจคิดว่ายาก บางคนอาจไม่เคยดูแนวนี้ ของแบบี้มันต้องลอง ลองแล้วจะติดใจ แน่นอนว่าแม้จะดูรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่คงได้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะเลยทีเดียว คอนเฟิร์ม!!อีกที
อ้อ...ใครจะไปดู พกตะไคร้หอมกันยุงไปก็ดีนะ ยุงที่นั่นดุมาก แรกๆไม่เท่าไหร่...ท้ายเรื่องนี่ทั้งกัดทั้งทึ้ง...สงสัยติดนิสัยสันดานกา!!!
นอนล่ะ............._^_ zZzZ

0 ความคิดเห็น: